วันจันทร์ ที่ 22 พ.ค. 2549
อยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับวุ้นเส้นเก็บไว้เผื่อวันนึงเมื่อเมี่ยงคำหรือทับทิมตายไปอีก
อย่างน้อยคนเลี้ยงก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ให้นึกถึง หนูน้อยสามตัวที่เคยเลี้ยงไว้
ย้อนไปวันเสาร์ ที่กลับจากทำงาน แล้วเจอวุ้นเส้นหายใจหอบๆ
วุ้นจะเดินไปเดินมาผ่านหน้าเหมือนอยากบอกว่า แม่ มาดูหนูหน่อย หนูรู้สึกไม่ดีแล้วนะ
จากนั้นเราก็เลยพาไปหาหมอ
แต่บอกเลยว่าการไปหาหมอในวันเสาร์ เราไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
เพราะคุณหมอไม่แตะตัวมันเลย
เข้าไปคุยไม่ถึง 10 นาทีก็ออกจากห้องตรวจ รอรับยา แล้วก็กลับบ้าน
เราให้ยาตามที่หมอบอก แต่สังเกตแล้ววว่าวุ้นเส้นทานอะไรไม่ได้เลย
แม้แต่เวลาที่มันหิวน้ำเราก็ต้องเป็นคนที่รู้ใจวุ้นเส้นเอง
โดยสังเกตจากการที่มันเดินไปหาน้ำ ต้องจับนอนหงายหยอดน้ำให้
วันแรกยังพอเดิน วิ่ง ไหวอยู่ เดินๆไป ก็จะวนกลับมาหาแม่ที่อยู่หน้าคอม
มานอนทับผ้าที่ปูไว้ เหมือนกับจะบอกว่า ไม่ไหวแล้วแม่ ขอจ้องหน้าหน่อยนะ
คืนวันเสาร์ตอนที่เรานอนอยู่ (เนื่องจากชอบนอนฟูกที่ปูบนพื้นห้อง)
บนหัวนอนจะมีหนังสือนิยายสองสามเล่มวางอยู่
เจ้าวุ้นเส้นก็อาศัยหนังสือนี้เป็นที่นอน นอนเฝ้าเราไว้จนเช้า


เช้าวันอาทิตย์ ต้องออกไปสอนพิเศษอีก ทั้งๆ ที่ไม่อยากไปลย เนื่องจากเป็นห่วงมันมาก
กลัวว่ามันจะต้องจากไปตอนเราไม่อยู่บ้าน
พอเที่ยงกว่าๆ พี่สาวโทรมาบอกให้รีบกลับ เพราะวุ้นเส้นหายใจหอบมากกว่าเดิม
เรารีบกลับ ยังเจอวุ้นเส้นที่อาการยังพอไหว
ปล่อยให้มันออกมาเดินเล่นในห้อง ถ้ามันหายไปนานเราก็จะเรียกหา มันก็จะออกมา
ผ่านบ่ายสอง อาการเริ่มหนักกว่าเดิม เราก็ป้อนอาหารอ่อน แต่วุ้นเส้นไม่ไหวแล้ว
แต่ก็หลอกตัวเองว่าน่าจะยังไหวนะ วุ้นส่งสายตาอ้อนๆ มาให้
เราปล่อยมันลงเดิน มันพยายามเดินไปหาเมี่ยงคำที่นอนอยู่ มันเดินไปหาด้วยความอ่อนแรง
ขยับไปใกล้ๆ เมี่ยงแล้วล้มลงนอนข้างๆ เมี่ยงคำ
เห็นภาพนั้นแล้วน้ำตาซึม เหมือนมันเองก็รู้ว่า จะไม่รอด
ด้วยความชะล่าใจ เราปล่อยเวลาจน สองทุ่มครึ่ง
เห็นวุ้นอีกที แม่แต่แรงยืนทรงตัวเพื่อให้ตัวเองนั่งได้ยังไม่มี เราเลยรีบไปหาหมอที่คลินิค
ยังโชคดีที่คลินิคยังไม่ปิด แต่ก็เตรียมตัวปิดเต็มที่ คราวนี้เป็นคุณหมอคนใหม่
ท่าทางใจดี พยายามจับวุ้นลุกขึ้น แต่มันไม่มีแรง หมอเลยบอกว่าเอาเกลือแร่ไปหยอดให้มันนะ
พร้อมกับบอกว่า ไม่คิดเงิน ตอนนั้นหมอก็คงรู้สินะว่ามันไม่รอดแน่ๆ
ท่าทางของหมอที่จับมันแบบนั้นทำเอาเราน้ำตาซึม
พอรับยา เรากลับบ้านด้วยการร้องไห้มาตลอดทาง
กลับถึงบ้านเราหยอดเกลือแร่ให้มันเป็นระยะ มันพยายามลืมตาขึ้นมามองหน้า
จากนั้นเริ่มสำลัก และเริ่มขับน้ำที่เอาให้ออกจนหมด เรารู้โดยอัตโนมัติว่า วุ้นกำลังจะไปแล้ว
อุ้มขึ้นมาจากนั้นพยายามเขย่าให้มันฟื้น มันหายใจเฮือกสุดท้ายแล้วก็ตายลง

เราปล่อยโฮ เพราะเพิ่งเคยเลี้ยงสัตว์ที่เริ่มเลี้ยงจนมันตาย หนนี้หนแรก
จากนั้นพามันไปลาเมี่ยงคำ กับทับทิม ว่าวุ้นไปแล้วนะ
รอเวลาสักพัก เผื่อว่ามันจะรอดบ้าง แต่ก็ไร้วี่แวว ร่างที่อุ่นเริ่มเย็นชืด ตัวมันเริ่มแผ่กลิ่น
เราจงบอกมันว่าแม่จะฝังวุ้นนะ ที่ห้องมีกระถางดอกเข็มอยู่ เลยคิดว่าให้วุ้นนอนที่นั่น
อย่างไรเสีย การนอนของวุ้นก็ยังนอนอยู่แถวๆ นี้
จากนี้คงไม่มีเจ้าตัวเล็กที่ชอบแง๊ปๆ มือแม่ตอนที่แม่ยังไม่ตื่น
ไม่มีตัวขี้อ้อนขอข้าวกินเวลาที่หิว
ไม่มีตัวจุ้นตอนเวลาทำกับข้าว มาคอยเมียงมอง ขอกินแม้แต่รากผักชี
ไม่มีเจ้าตัวแว๊ดๆๆ ขี้โทโห ยามแม่ไปปลุกให้ตื่น
ไม่มีตัวที่คอยส่งตาหวานให้อีกแล้ว
แม่คงไม่เลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะ เหลืออีกสองตัวที่แม่จะพยายามดูแลให้ดีที่สุด
คิดถึงวุ้นเส้นนะ